Web
Analytics
Guides

10 เหตุผลที่คุณต้องลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งในชีวิต

คุณรู้อะไรไหม??? การที่คุณต้องลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งในชีวิต มันทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลยนะ

และนี่คือ 10 เหตุผล ที่เจล(ทึกทัก) ไปเองว่า ถ้าได้ลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งในชีวิต มันจะเป็นอย่างไรบ้าง

เอาเหตุผลที่เจลเริ่มออกท่องเที่ยวเดินทางครั้งแรกในชีวิตก่อน (ใครอยากข้าม Part นี้ ก็ไปอ่าน 10 เหตุผลที่คุณต้องลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งในชีวิต ได้เลยค่ะ)

มันเริ่มมาจากที่ตอนนั้น หลังจากเราเรียนจบที่ไทย เราได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่ประเทศอินโดนีเซียปีนึง ซึ่งหลายคนคงจะถามว่า ทำไปเรียนต่อที่นั่น(ฟ่ะ) มันมีอะไรดี ประเดี๋ยวจะเขียน Blog เรื่องราวตอนได้ทุนไปเรียนต่อที่นั่น รอก่อนเนอะ

แล้วพอดี เจลก็จองตั๋วกลับไทย แต่ลืมไปว่า อ้าว วีซ่านักเรียนเราหมดแล้วนี่หว่า ดังนั้น เราต้องออกนอกประเทศไปปั้มตราก่อนสิ แล้วค่อยกลับมาใหม่ในฐานะนักท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย (คือประเทศอินโดนีเซีย คนไทยสามารถไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าช่ะ สามารถเที่ยวในประเทศอินโดนีเซียได้ถึง 30 วัน) อารมณ์แบบนักท่องเที่ยวตะวันตกหนีเข้าเมืองในเอเชีย 5555+ ต้องไปประเทศนั้นที ประเทศนี้ที ประเทศละ 30 วัน 15 วันไรงี้ เพื่อไปปั้มตราออกนอกประเทศ

เราก็เกิดอารมณ์แบบ เอ้อ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จองตั๋วไปประเทศใกล้ๆอย่างสิงคโปร์ มาเลเซียไรงี้ดีกว่า ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยแหละ (คือหลายคนก็ถามว่า ทำไมไม่เที่ยวให้ทั่วอินโดไปเลย คือมันก็ไปมาหลายที่แล้วนะตอนนั้น ทั้งบาหลี ลอมบก คาวาอีเจี้ยน โบรโม่ บุโรพุทโธ ยอกยาการ์ต้า บันดุง จาการ์ต้า สุมาตรา คือไปมาเยอะมาก แต่ตอนนั้นยังถ่ายรูปไม่เป็น 555+  รูปเลยไม่ค่อยมี)

เจลก็เลยจองตั๋ว วางแผนเลยจ้า มีงบอยู่แค่ 15,000 บาท ไปไหนได้บ้าง(ว่ะ) แต่ความอยากมันมีไง เลยไปหมดเลยจ้า ทั้งสิงคโปร์ เข้ามาเลย์ทางยะโฮร์บารู(ใต้สุดของมาเลย์) ขึ้นไปต่อที่มะละกา นั่งรถต่อไปที่กัวลาลัมเปอร์ บินไปปีนัง จากนั้นบินกลับ KL คือไปเที่ยวแบบเหนือจรดใต้ของมาเลย์อ่ะ แล้วค่อยบินกลับมาบันดุง(ตอนไปเรียนอยู่ที่อินโด อยู่ที่เมืองบันดุง เมืองที่สวยที่สุดในอินโดนีเซีย โปรโมทซะ 555+)

นั่นแหละ มันคือเหตุผลที่เราได้เริ่มเดินทาง และเริ่มเที่ยวคนเดียว และรู้สึกว่า เฮ้ย การเที่ยวคนเดียวมันเจ๋งดีว่ะ!! มันมีประโยชน์หลายอย่าง และมันก็มีข้อเสียนะ แต่เรายอมรับและเราคิดว่า มันก็ไม่ได้แย่ไปเสียหมด เรื่องเลวร้ายบางอย่างที่เราเจอ มันก็ถือว่าเป็นประสบการณ์และทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นเนอะ


 

เอาล่ะ ทีนี้ก็มาถึง 10 เหตุผลที่คุณต้องลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งในชีวิต เจลว่ามันกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ที่แท้จริงที่เจลได้ลองไปมาเนอะ

 

 

1.การเที่ยวคนเดียว ทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตมันคือของเรา เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยบงการชีวิตของเรา

สำหรับข้อแรก เจลมองว่า มันทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะเป็นตัวของตัวเองมาก อย่างเช่น บางประเทศที่เราไป ซึ่งอาจจะหาคนที่รู้ภาษาไทยได้น้อย เราสามารถที่จะสบถ(ข้อนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่) แต่เราก็พอบ่นๆแล้วเราก็หายดี และที่สำคัญคือ อยากจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องรอโหวตกันว่าไปที่ๆนี่นี้ด้วยกันสิ คือเจลมองว่า เราอยากไปไหน เคลียร์ตัวเองให้เสร็จก็ออกเดินทางกันเลย คือมันแบบสบายมาก เพราะชีวิตมันคือของเรา อารมณ์แบบ อยากนอนตื่นสายอ่ะ สัก 10 โมงค่อยออกไปหาอะไรกิน แล้วเดี๋ยวเดินเล่นจนถึงบ่ายสาม จากนั้นค่อยหาของกินตอนเย็นต่อตอนสองทุ่ม คือเรากำหนดตารางชีวิตการเที่ยวของเราได้เอง

2. เรียนรู้ที่จะเอาชีวิตอยู่รอดได้ ไม่ว่าคุณจะเจอสภาพแวดล้อมแบบไหนก็ตาม

การเที่ยวคนเดียว เราอาจจะต้องสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อนมากมาย อย่างเช่น เจลไปเที่ยวเมืองพินอูลวินงี้ คาดการณ์ไว้ว่าจะต้องถึงโรงแรมประมาณ หกโมงหรือทุ่มนึง แต่เราดันเดินทางมาช่วงปีใหม่ คนเยอะมาก รถติด ต้องขึ้นเขา กว่าจะถึงเมืองและถึงโรงแรมเราก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว แผนที่จะออกเดินเที่ยวเมืองช่วงกลางคืนก็ชวดไป หรือเราไปถึงสถานที่นั้นๆ ไม่มีรถขึ้นเขา อย่างเจลไปดอยอ่างขาง หารถขึ้นเขาไม่ได้เลย ต้องไปโบกรถติดไปกับคนอื่น หรือแม้แต่การวางแผนจะใช้เงิน โดนหลอกบ้าง(เชื่อสิ คนเที่ยวคนเดียวไม่เคยมีใครไม่เคยโดนหลอก 555+) มันก็ทำให้เราต้องปรับตัวกับสถานการณ์นั้นๆ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้

3. เจอมิตรภาพใหม่ๆ เรียนรู้ที่จะคุยกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะการเจอคนแปลกหน้า

ข้อนี้ เจลว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ การเจอมิตรภาพใหม่ๆระหว่างเดินทาง ได้ Connection เป็นเพื่อนต่างประเทศมากมาย หลายคนก็ยังมีการติดต่อมาจนถึงปัจจุบันนะ คือการมองว่ามิตรภาพเป็นสิ่งที่ดี บางสถานการณ์เราเจอมาร่วมกัน ก็กลับกลายมาเป็นพวกเดียวกันได้ ยกตัวอย่างไปพม่า จะหาคนหารค่ารถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่พุกาม ทีนี้เจ้าของรถมันคิดแพงมากกกกกก ทุกคนเลยโวยวาย  ทั้งฝรั่ง ยุโรป อเมริกา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ไทย คือนาทีนี้ ทุกคนร่วมใจกันต่อว่าเชอร์เฟอร์ว่า ทำไมยูคิดแพง มันไม่แฟร์ พวกเราหลายคนเลยได้ราคาที่ควรจะได้จริงๆ โดยไม่ขูดรีดนักท่องเที่ยว ฮ่าๆๆๆ

 

4. ไม่ต้องห่วงความรู้สึกของใครเวลาเดินทาง

ข้อนี้หลายคนอาจจะมองว่า เหงาจัง เวลาไปเที่ยวคนเดียว แต่ขอบอกเลยว่า ความเหงาก็ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญ เราไม่จำเป็นต้องแคร์หรือห่วงใคร เช่น เราไปห้องน้ำก็ไม่ต้องรอ ไปเดินเที่ยวอยากอยู่ตรงนั้นนานๆก็ทำได้ ไม่ต้องฟังเสียงบ่นของเพื่อนที่บางคนพอไปเที่ยว ก็บ่นทุกเรื่อง บ่นทุกอย่าง หรือไปก็ต้องโหวตอยากกินนั่นอยากกินนี่ แต่แบบ ฉันอยากกินอ่ะ ฉันก็ทำได้ ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ โครตตามใจตัวเองเลย 555+

 

5. ไม่ผูกติดกับกรอบของเวลา หรือโปรแกรมทัวร์ที่คุณไม่ชอบ หรือไม่อยากไป

อันนี้โดนมากับตัว เวลาไปทัวร์ที่ไหน บางที่ถ้าไปเป็นคณะ ต้องทำรอบให้ได้ เราก็ต้องไปในๆที่ไม่อยากไป หรือไปแบบชะโงกทัวร์อ่ะ ดูๆไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องขึ้นรถไปที่อื่นแล้ว ไม่สามารถซึมซับบรรยากาศของสถานที่นั้นๆได้จริงๆ อย่างที่เจลไปกัมพูชามา เจลโครตชอบนครวัดเลย มันเป็นอะไรที่อเมซิ่งมาก เดินมันทั้งวัน เดินให้ทั่ว ทุกซอก ทุกมุม แอบฟังไกด์คนอื่นบ้าง เอาหนังสือมากางแล้วอ่านประวัติศาสตร์ตอนนั้นบ้าง หรือแม้แต่เลียนแบบภาพถ่ายในนิตยสารเพื่อถ่ายภาพก็ทำเองมาแล้ว ไปที่นครวัดถึงสองรอบในทริปนั้นเลยนะ คือแบบ มันชอบจริงๆ ถ้าไปกับทัวร์คงทำไม่ได้

6. สามารถเจอสิ่งที่ประหลาดใจ หรือสิ่งที่คนอื่นๆไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต

ข้อนี้เรามองว่า บางเรื่องเราต้องได้ลองทำดูอ่ะ อย่างเช่นการลองเดินเล่นช่วงสงกรานต์ในพม่า มีคนพาไปที่ๆแปลกๆแบบไม่มีในหนังสือหรือในอินเตอร์เน็ตก็มีนะ ฮ่าๆๆๆ หรือแบบการได้ลองกินอาหารพื้นเมืองแปลกๆ พบเจอคนที่เราไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต แต่เขาเป็นคนดังมากอะไรแบบนั้นก็มี

 

7. ท้าทายความกลัว เอาชนะความไม่กล้าของตัวเองออกไป

อย่างที่บอกไป การเดินทางคนเดียวทำให้เราได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ แต่การท้าทายความกลัวก็เป็นสิ่งสำคัญ เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ(แต่ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ) และคือบางครั้งเราก็ต้องเอาชนะความกลัวของเรา เช่น การนอนคนเดียวในโรงแรมอายุร้อยกว่าปี การเดินทางไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งโดยที่ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร การต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องถามคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ แบบนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำ ต้องสลัดความกลัวออกไปให้ได้มากสุดเพื่อไปยังจุดหมายหรือสิ่งที่เราต้องการ

8. สามารถที่จะอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบได้นานเท่าที่ตัวเองต้องการ

ข้อนี้เป็นอะไรที่ชอบมาก อย่างที่บอกไปแล้วว่า เราไม่ต้องแคร์ใครหรือให้คนอื่นมาคอยเรา เราสามารถอยู่สถานที่นั้นๆได้นานตราบที่เราต้องการ สามารถเปลี่ยนแผนที่นั้นๆได้ทุกเมื่อ เจลไปสะพานอูเบ็งที่พม่า ก็ไปสองรอบเพราะชอบมาก ต้องไปแสงสวยๆ อยู่นั่นเกือบครึ่งวัน ไปเจดีย์ชะเวดากองก็อยู่จนดึกดื่น เพราะชอบสถาปัตยกรรมและผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา เดินเล่นอยู่ที่ Pura Ulun Danu Bratan เพราะอากาศมันดีมาก ก็อยู่นานมากกก รอถ่ายภาพ หรือรอพระอาทิตย์ตกดินที่หอคำหลวง เชียงใหม่เพื่อรอถ่ายพลุวันปีใหม่จนถึงตีหนึ่ง อยู่อะไรกับสิ่งที่ชอบ ก็ทำได้ไม่ต้องทำตามโปรแกรมทัวร์เป๊ะๆ

 

9. ได้จุดไฟ ชาร์จพลังงานให้กับตัวเอง

การไปเที่ยวคนเดียว เจลมองว่ามันคือการชาร์จแบตให้ตัวเองนะ แน่ล่ะ บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นไปตามแพลนที่เราวางไว้ เช่น ตกรถบ้าง สถานที่นั้นๆไม่เปิดบ้าง แต่มันก็ได้ประสบการณ์อย่างอื่นกลับมา หรือแม้แต่ได้แรงบันดาลใจอะไรบางอย่างให้เราได้กลับมาทำงาน เติมเต็มชีวิต มี Inspiration บางอย่างเพื่อให้งานของตัวเองพัฒนามากขึ้น สนุกมากขึ้น มีบางสิ่งที่เรามองเห็นว่า เฮ้ย มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราได้ลองทำแบบนั้นในบ้านเมืองตัวเองบ้าง ได้ลองเห็นในสิ่งที่บ้านเมืองตัวเองไม่มี และที่สำคัญ ได้นอนตื่นสายก็ทำได้ 555+

10. เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวเสียบ้าง

มาถึงข้อสุดท้ายแล้ว การเที่ยวคนเดียว มันคือการอยู่คนเดียว ถามว่าเคยเหงาไหม ตอบเลยว่ามันก็มี ประโยชน์ของการเที่ยวเป็นหมู่คณะก็มี เช่น ได้รับการช่วยเหลือได้ง่าย อยู่สบาย มีเพื่อนคอยเทคแคร์กัน แต่การเที่ยวคนเดียว แน่นอนเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว เป็นอิสระกับชีวิต เจลชอบนะ ไม่ต้องมีดราม่าของคนอื่นๆมาให้ปวดหัว ได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ออกจาก Comfort Zone บางอย่างทำให้ชีวิตเราอิสระมากขึ้น ได้อยู่กับความคิดของตัวเองจริงๆ และที่สำคัญคือ มันเป็นกุญแจบางอย่างที่ทำให้เจลเรียนรู้ ก้าวข้าม หรือปรับปรุงสิ่งที่ดีและไม่ดีของเราให้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้จักตัวเองได้มากที่สุดค่ะ





Tags
Show More

jelliline

มนุษย์ผิวแทนที่ชอบแต่งหน้า ถ่ายรูป หลงใหลในเทคโนโลยี สนใจในวัฒนธรรม ชอบเที่ยวไปในโลกกว้าง และเป็นสายกินสุดๆ.....

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close